นางสาวชวลักษณ์ เวียงวิเศษ โฆษกพรรคไทยภักดีในนามตัวแทนคณะฯ ร่วมประชุมและนำเสนอปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
- แอดมิน

- 22 พ.ค.
- ยาว 1 นาที
20 พ.ค. 69 คณะฯ ได้เข้าร่วมประชุมและนำเสนอปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย แก่คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการเรียนรู้การศึกษาเอกชน การศักษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษา ในคณะกรรมธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา
นางสาวชวลักษณ์ เวียงวิเศษ โฆษกพรรคไทยภักดีในนามตัวแทนคณะฯ ได้นำเสนอภาพรวมของปัญหาแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยที่มีมากเกินความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เช่น การไม่ห้ามให้นำผู้ติดตามเข้ามา การไม่ห้ามให้คลอดบุตรในประเทศไทย จนประเทศไทยมีประชากรต่างด้าว "แฝง" อยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการแย่งงานแย่งอาชีพคนไทย การแย่งใช้สวัสดิการจากเงินภาษีคนไทย เช่น การศึกษาฟรี การรักษาพยาบาลฟรี และปัญหาภัยความมั่นคง ในด้านการศึกษา นางสาวชวลักษณ์ ได้ชี้ให้ประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ประกาศกระทรวงศึกษาฯ ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 มกราคม 2569 อาจเป็นการขยายความเกินขอบเขตของมติครม. วันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ซึ่งมีมติให้จัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พร้อมกำหนดแนวทางด้านงบประมาณ การสำรวจข้อมูล และการจัดทำระบบทะเบียนให้ชัดเจนเท่านั้น มิได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการต้อง “รับเข้าเรียนโดยไม่มีเงื่อนไข” หรือห้ามกำหนดหลักเกณฑ์ตรวจสอบใดๆ ซึ่งมติครม. เดิมไม่เคยอนุมัติไว้
2. ประกาศกระทรวงศึกษาฯ อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งการตีความคำว่า "เด็กทุกคน" ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2560 มาตรา 54 กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาให้ "เด็กทุกคน" โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ควรตีความอย่างเคร่งครัดว่า หมายถึงเด็กที่เป็นประชาชนไทยหรือมีสัญชาติไทยเท่านั้น เพราะรัฐธรรมนูญมิได้ระบุว่าให้รวมถึงเด็กต่างด้าวหรือไม่มีสัญชาติ
3. ประกาศกระทรวงศึกษาฯ ขยายความอนุสัญญาสิทธิเด็ก CRC เกินขอบเขต เพราะอนุสัญญาไม่ได้บังคับให้รัฐบาลประเทศใดซึ่งรวมถึงประเทศไทยต้องให้การศึกษาฟรี หรือให้สิทธิการศึกษาเท่ากับพลเมือง ในข้อ 28 (1) อนุสัญญากำหนดชัดว่ รัฐเพียงต้องจัดการศึกษาระดับประถมให้เด็กทุกคนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนการศึกษาระดับสูงกว่านั้นให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ ดังนั้น ไทยจึงไม่จำเป็นต้องการสิทธิการศึกษาฟรีแก่เด็กไม่มีสัญชาติเท่าเทียมกับเด็กไทย
4. ข้อมูลจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาที่มีสัญชาติไทยสูงถึง 747,391 คน กระทรวงศึกษาฯสมควรให้ความสำคัญในการติดตามและช่วยเหลือเด็กสัญชาติไทยที่หลุดจากระบบก่อนหรือไม่่ และได้สอบถามว่าเราจะมีวิธีแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร
5. ข้อมูลย้อนหลัง 4 ปีจะเห็นว่า จำนวนเด็กนักเรียนรหัส G เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2567 มีนักเรียนรหัส G สูงถึง 364,446 คน โดยงบประมาณที่ใช้ต่อนักเรียนรหัส G 1 คนตกประมาณ 40,000 บาท (รวมเงินเดือนครูและอื่นๆด้วย) เท่ากับ ประชาชนต้องเสียภาษีสนับสนุนการศึกษาเด็กต่างด้าวสูงถึง 14,5777 หมื่นล้านบาท/ปี หรือ 174,934 แสนล้านบาทต่อ 12 ปีการศึกษา










ความคิดเห็น